..น้องสตางค์สุดสวยเองคร๊า เอ๊ะ หรือว่าสุดหล่อน๊า..

วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ในเมื่อไม่ได้รักเราสองคนแม่ลูก ก็อย่าได้ทำให้เราต้องเจ็บปวดเลย

..ตอนนี้แม่ตาเหนื่อยใจสุด ๆ เลยเจ้าตัวน้อยจ๋า แม่ตาไม่อยากเครียดเลย แต่มันก็ต้องมีอะไรสักอย่างทำให้แม่ตาต้องเครียดอีกแล้ว แ่ม่ตาเบื่อเหลือเกิน แม่ตาไม่ได้เบื่อเจ้าตัวน้อยนะ แต่เบื่อปัญหารอบข้างที่เราไม่ได้สร้าง แต่ทำไมเราต้องเป็นฝ่ายทนทุกข์อยู่กับปัญหาเหล่านี้ บางครั้งแม่ตาก็ทนไม่ไหวและต้องแอบร้องไห้อยู่บ่อย ๆ แม่ตาก็รู้เวลาแม่ตาร้องไห้หนูก็คงจะร้องด้วย แม่ตาเสียใจหนูก็คงจะเสียใจด้วยเหมือนกัน แม่ตาอยากให้ปัญหาเหล่านี้มันจบลงเสียที จะจบอย่างไรก็ได้ แ่ต่ขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างยุติลง ขอเพียงอย่างเดียว ขอให้มันจบจริง ๆ ถึงแม้แม่ตากับหนูจะต้องเจ็บก็ไม่เป็นไร แค่เจ็บมันไม่ถึงตายหรอกลูกจ๋า แต่ถ้ามันต้องทรมานตลอดชีวิตมันก็เหมือนตายทั้งเป็นนั่นแหละ บาดแผลมันยังหายได้เลย แต่มันก็อาจจะเหลือร่องรอยที่เค้าเรียกว่า "รอยแผลเป็น"เท่านั้น และมันก็จะเป็นสิ่งเตือนใจเราไปตลอดชีวิต

..หากแม่ตาจะต้องเหนื่อยกาย เหนื่อยใจ ลำบากเพื่อเจ้าตัวน้อย แม่ตาก็คงมีความสุขกว่าที่จะต้องมาเหนื่อยกาย เหนื่อยใจ ลำบากเพราะคนอื่น แม่ตาเลือกที่จะให้กำเนิดสายเลือดของแม่ตา นั่นก็หมายความว่าแม่ตาพร้อมจะเหนื่อย พร้อมจะลำบาก เพื่ออีกหนึ่งชีวิตที่แม่ตาพร้อมจะรับผิดชอบ "ลูก" คือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีิวิตคนคนหนึ่งที่ให้สรรพนามแทนตัวเองว่า "แม่" แต่ใครที่ไม่เคยได้สัมผัสสัญชาตญาณความเป็นแม่ ไม่เคยได้อุ้มท้องสายเลือดของตัวเอง ก็คงไม่มีโอกาสรู้หรอกว่าอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังจะเกิดมานั้นมันสำคัญและมีค่ายิ่งใหญ่กับชีวิตขนาดไหน..

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

แม่ตากับเจ้าตัวน้อยเกือบไม่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว..

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของแม่ตาขึ้น จนเกือบเป็นสาเหตุที่ทำให้เราสองแม่ลูกไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้เสียแล้ว..

..เช้าวันนี้แม่ตาก็ตื่นนอนแต่เช้า อาบน้ำ สระผม เพื่อที่จะไปประชุมสหกรณ์ที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศราชบุรี แต่งตัวเสร็จก็ออกเดินทางไปกับครูออ แต่ก่อนออกจากบ้านแม่ตาก็ยังไม่ลืมสวดมนต์ก่อน ไปถึงที่ประชุมประมาณ 9 โมงเศษ เข้าร่วมประชุมจนถึง 11 โมงเศษ เลิกประชุมแล้วก็ชวนกันไปทานข้าวกลางวันกันที่บิ๊กซี และตั้งใจซื้อของใช้ให้เจ้าตัวน้อย ก็มีผ้าอ้อม 1 โหล น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม เสื้อเด็กอ่อน เปลโยก ของใช้ส่วนตัวของแม่ตาอีกนิดหน่อย ซื้อเสร็จก็ขับรถกลับบ้าน..

ระหว่างเดินทางถึงหน้าวัดโคกตับเป็ด แม่ตาได้หยุดรถต่อท้ายรถสิบล้อ ระยะห่างประมาณ 1 ช่วงรถ เพื่อรอให้รถสิบล้อเลี้ยวซ้ายเข้าไซด์งาน แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น รถสิบล้อคันนั้นได้ใส่เกียร์ถอยหลังและถอยมาหารถของแม่ตา แม่ตาตกใจมาก แต่ก็ยังมีสติพอที่จะบีบแตรเพื่อส่งสัญญาณเตือน พร้อมทั้งใส่เกียร์ถอยหลัง แต่รถสิบล้อคันนั้นคงไม่ได้ยินและมองไม่เห็นรถของแม่ตา เพราะรถของแม่ตาคันเล็กนิดเดียว และก็จอดตรงกลางรถสิบล้อพอดี รถสิบล้อคันนั้นก็ยังคงถอยต่อ แต่ตาก็ถอยเช่นกัน แต่ด้วยความตกใจแม่ตาถอยรถได้ช้ากว่าสิบล้อคันนั้น เป็นผลทำให้รถสิบล้อคันนั้นได้ถอยมาทับรถของแม่ตาทันที รถเกี่ยวกันอยู่รถสิบล้อก็ถอยต่อไม่ได้ แม่ตาก็ถอยออกไม่ได้ แม่ตากับครูออต่างก็ร้องกันลั่นรถเลย แต่โชคยังดีที่คนขับรถสิบล้อเปิดประตูลงมาดูเพราะเขาถอยรถต่อไม่ได้แล้ว แม่ตาก็เปิดประตูรถลงไปเช่นกัน ต่างคนต่างตกใจมาก แม่ตาแทบจะเป็นลม คนขับก็ช็อคเพราะไม่คิดว่าจะถอยรถมาทับ และที่สำคัญก็คือ "คนที่รถโดนทับกำลังท้อง" คนขับช่วยพยุงแม่ตาไปนั่งที่โคนต้นไม้ภายในวัด เพราะแม่ตาตกใจมาก มือสั่น ขาสั่น ใจสั่น หน้าซีดจะเป็นลมให้ได้ แม่ตาไม่มีแรงแม้จะก้าวขา หลังจากนั้นคนขับได้วิ่งไปร้านค้าไปซื้อน้ำ ซื้อนม ซื้อยาดมมาให้แม่ตา แม่ตานั่งดมยาดมอยู่พักหนึ่งก็อาการดีขึ้น คนขับสิบล้อพยายามถามแม่ตาว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ต้องการไปโรงพยาบาลไหม เจ็บท้องหรือเปล่า เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าตอนรถถอยมาทับนั้นกระแทกแรงแค่ไหน แต่แม่ตาว่ากระแทกนิดหน่อยไม่แรงมาก เลยไม่ได้ไปโรงพยาบาล แต่ก็เจ็บท้องและท้องก็แข็งด้วย แม่ตาโทรให้ลุงเติมกับป้าจุ๋ม(ครูเติมศักดิ์และครูกรรณิการ์) ซึ่งบ้านอยู่ใกล้ ๆ มาอยู่เป็นเพื่อนเพราะยังตกใจอยู่ และได้คุยกันเรื่องค่าเสียหาย ทางฝ่ายคนขับรถสิบล้อยอมรับผิดทั้งหมด แต่ประกันมาไม่ได้ เลยตกลงกันว่าจะนัดตกลงกันอีกครั้งหนึ่งตอน 9 โมง ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 ณ ที่เกิดเหตุ และต่างคนต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน โดยที่แม่ตาก็ลืมแจ้งตำรวจ ไม่ได้ถ่ายรูปเป็นหลักฐานอะไรไว้เลย เพราะนึกไม่ออกว่าต้องทำอย่างไรต่อไป..

เช้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 แม่ตาได้โทรศัพท์คุยกับคนประสานงานระหว่างเสมียนบริษัทรถสิบล้อ และตกลงว่าประกันจะมาตอน 10 โมงเช้า แต่ตาก็ได้ทำหนังสือขออนุญาต ผอ.เพื่อไปพบประกันและเล่ารายละเอียดให้ ผอ.และรองฯ ผอ.ฟัง ท่านผอ.ได้อนุญาตให้ รองฯ ก้องภพพาแม่ตาไปดำเนินการ พร้อมกับสอนเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ทำนองนี้ให้ฟัง ยังดีนะที่ท่านยังเข้าใจและใจดีมาก ๆ ที่คอยช่วยเหลือ รวมทั้งลุงเติม(ครูเติมศักดิ์)ได้ติดต่อครูท่านอื่น ๆ ที่รู้เรื่องรถไปเป็นเพื่อนเพื่อช่วยเหลือ แต่ครูแต่ละท่านก็ไม่ว่างเพราะติดสอน สุดท้าย รองฯก้องภพนั่นแหละที่ดำเนินการทุกอย่างให้จนเสร็จสิ้น จนตกลงกับประกันได้และทำเรื่องเคลมรถไว้ที่อู่ประกัน กว่าจะเสร็จก็เทื่ยง อู่นัดทำรถวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 รถแม่ตาก็เสียหายหลายรายการ อาการก็เอาเรื่องอยู่ สรุปทำใหม่เกือบหมดทั้งช่วงหน้าเลย ไม่ว่าจะเป็นกันชน ฝากระโปรง แก้มซ้าย แก้มขวา คงใช้เวลาทำพอสมควร..

ตอนนี้แม่ตากับเจ้าตัวน้อยก็ปลอดภัยแล้วค่ะ แม่ตาขอขอบคุณคุณครูทุก ๆ ท่านที่เกี่ยวข้องและช่วยเหลือแม่ตากับเจ้าตัวน้อยเป็นอย่างสูงนะคะ อย่างน้อยก็ได้รู้ว่ายังมีคนอีกหลายคนที่เขาเป็นห่วง แม้เราจะอยู่ในฐานะเพื่อนร่วมงานกันก็ตาม ขอขอบคุณคุณพระคุณเจ้าที่ช่วยปกป้องคุ้มครอง ขอบคุณโชคชะตาที่ไม่ใจร้าย และทำให้ชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจะเป็นคุณแม่และเด็กน้อยอีกคนในท้องได้มีชีวิตอยู่ต่อ ขอบคุณทุกความเห็นใจจากครูทุกคนที่รู้ข่าวและเป็นห่วง แม่ตาและเจ้าตัวน้อยขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างด้วยใจจริงค่ะ..

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ครบรอบ 1 ปี ของชีวิต "ข้าราชการครู"


วันนี้ก็เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของแม่ตาค่าเจ้าตัวน้อย เพราะวันนี้เป็นวันที่แม่ตาได้ทำงานมาจนครบ 1 ปีแล้ว ..แม่ตาได้รับคำสั่งบรรจุแต่งตั้งให้เข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วย ณ โรงเรียนประสาทรัฐประชากิจ ต.ประสาทสิทธิ์ อ.ดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี แห่งนี้ครบ 1 ปีแล้วล่ะค่ะ ก็เป็นการเริ่มต้นชีวิตการทำงานรับราชการที่แสนจะอีกยาวนานแน่ะ.. ตอนนี้หน้าที่การทำงานของแม่ตาก็มั่นคงพอที่จะดูแลเจ้าตัวน้อยได้อย่างมีความสุข คงไม่มีอะไรที่แม่ตาทำเพื่อหนูไม่ได้ ขอเพียงอย่างเดียวนะค่ะ ขอให้เจ้าตัวน้อยของแม่ตาเป็นคนดี มีความกตัญญู ว่านอนสอนง่าย ไม่เบียดเบียนผู้อื่น รักและเชื่อฟังแม่ก็พอแล้วล่ะ แม่ตาเชื่อนะว่าแม่ตาจะเลี้ยงหนูให้เป็นคนดีได้ ถึงแม้เราจะไม่มีใคร แต่เราก็ยังมีเรา เราต่างมีกันและกัน แค่นั้นมันก็เพียงพอแล้วสำหรับชีวิตของแม่คนหนึ่งที่จะทำเพื่อลูกน้อยที่รักมากที่สุดในชีวิตได้ แม่ตาก็จะทำหน้าที่ของแม่ตาให้ดีที่สุด จะเลี้ยงหนูให้ดีที่สุด แม่ตาสัญญา.. หนูน้อยคงจะรับรู้นะค่ะว่าแม่ตารักหนูมากแค่ไหน แม่ตาจะสู้ ๆ ค่ะเพื่อเจ้าตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาออกมาดูโลกอีกไม่กี่วันนี้แล้ว..

กว่าจะมาเป็นเจ้าตัวน้อยที่รักของแม่ตา

..เรื่องมีอยู่ว่าวันเข้าพรรษาน่าจะประมาณวันที่ 8 กรกฏาคม 2552 แม่ตามีอาการปวดท้อง แม่ตาก็ยังขับรถกลับมาทำงานที่ราชบุรีตามปกติ และอาการปวดท้องก็ไม่หายแม่ตาปวดทุกวันเลย แม่ตามีอาการ คือปวดท้องตลอดเวลา เหมือนกับว่าจะมีอะไรหลุดออกมาจาท้องของแม่ตา มันปวดทรมานมาก วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฏาคม 2552 ขณะที่แม่ตาอบรมครูอยู่ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดราชบุรี แม่ตาก็ปวดท้องอีกคราวนี้ปวดมาก แม่ตาจึงขออนุญาต ผอ.ไปโรงพยาบาลโดยให้คนขับรถของโรงเรียนพาไป คุณหมอเวรก็เจาะเลือด ตรวจปัสสวะและรอฟังผล และผลการตรวจเลือดและฮอร์โมนก็คือ "แม่ตาตั้งครรภ์" แม่ตาแทบไม่อยากเชื่อเลย พอกลับมาแม่ตาก็ซื้อแผ่นทดสอบการตั้งครรภ์มาตรวจอีก ผลก็ออกมาเป็นบวก แต่แม่ตาก็ยังปวดท้องอยู่ จนกระทั่งวันอังคารที่ 14 กรกฏาคม 2552 แม่ตาได้ขออนุญาตไปโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง เพื่อตรวจอาการปวดท้อง และคุณลุงหมอ(นายแพทย์ศักดิ์นันท์)ได้ตรวจปัสสวะของแม่ตาอีกครั้ง ก็ปรากฏว่าผลการตรวจคือตั้งครรภ์ แต่ที่น่าแปลกก็คือ ทำไมแม่ตาปวดท้องมาก ๆ คุณลุงหมอจึงได้ทำการอัลตร้าซาวด์ให้แม่ตา คราวนี้ผลที่ออกมาทำให้คุณหมอและทุกคนแปลกใจมาก คือ คุณหมอไม่พบเจ้าตัวน้อยในมดลูกของแม่ตาเลย แม่ตาร้องไห้เลยล่ะ คุณหมอเลยปลอบใจว่าแม่ตาอาจจะไม่ได้ท้องจริง ๆ แต่อาจจะเป็นภาวะรกเจริญเติบโตผิดปกติ หรืออีกกรณีหนึ่งก็คือ แม่ตาท้องนอกมดลูก หรือไม่ก็เกิดความผิดปกติของมดลูก หลังจากอุลตร้าซาวด์แล้วคุณหมอก็แอดมิดแม่ตาเพื่อรอดูอาการ งดอาหารและน้ำ เจาะเลือดทุก 6 ชั่วโมง แม่ตานอนโรงพยาบาลได้ 3 วัน ก็ไม่มีอาการอะไรผิดปกติเลย แต่ก็ยังปวดท้องอยู่ ในที่สุดเย็นวันที่ 16 คุณหมอก็ให้กลับบ้านได้ แต่ห้ามทำอะไรที่กระทบกระเทือนมาก ๆ จนวันที่ 29 กรกฏาคม 2552 แม่ตาก็ไปหาคุณหมอตามนัด และอัลตร้าซาวด์อีกครั้ง คราวนี้คุณหมอพบเจ้าตัวน้อยแล้วล่ะ เป็นจุดเล็กมาก ๆ คุณหมอโล่งใจและเรียกเจ้าตัวน้อยของแม่ตาว่า "เจ้าตัวจิ๋ว" จ้า..

นี่ไงค่ะ.."เจ้าตัวจิ๋ว"..ของแม่ตา

กว่าคุณหมอจะหาเจอลุ้นกันแทบตายเลย คนที่ดีใจสุด ๆ ก็ต้องเป็นแม่ตาสิ อย่างไรเสียเจ้าตัวน้อยก็คงอยากเกิดเป็นลูกของแม่ตา คราวนี้คุณหมอสั่งนักสั่งหนาว่าให้ดูแลตัวเองให้ดีที่สุด เพราะคุณหมอไม่แน่ใจว่าเจ้าตัวน้อยจะอยู่กับแม่ตาหรือป่าว อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ ..จนกระทั่งวันหนึ่งแม่ตาเสียดท้องมาก หลังเลิกงานเลยรีบไปพบคุณหมอทันที และคุณหมอก็อุลตร้าซาวด์ให้ทันทีเช่นกัน เพราะคุณหมอกลัวว่าเจ้าตัวน้อยจะไม่มีโอกาสได้อยู่กับแม่ตา แต่ผลปรากฏว่าเจ้าตัวน้อยยังอยู่และหัวใจก็เต้นแล้วจ้า...



"หัวใจเจ้าตัวน้อยเริ่มเต้นแล้ว"

เฮ้อ..โล่งอกทั้งคุณหมอและคุณแม่ ตั้งแต่นั้นแม่ตาก็ดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด ไปหาหมอตามนัด รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มนมทุกวัน เพื่อเจ้าตัวน้อยจะได้เกิดมามีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ และเจ้าตัวน้อยของแม่ตาก็เป็นยาชุบชีวิต เป็นกำลังใจให้แม่ตาสู้ ๆ มาจนทุกวันนี้ แม่ตารักหนูที่สุดเลยจ๊ะ...

จนกระทั่งเมื่อวานนี้ ( 3 กุมภาพันธ์ 2553 ) แม่ตาก็ไปพบลุงหมอตามนัด และก็คุยถึงเจ้าตัวน้อย แม่ตาเลยขอร้องให้คุณหมออุลตร้าซาวด์เจ้าตัวน้อยอีกครั้งหนึ่ง แม่ตาอยากเห็นหนูมาก ๆ และแม่ตาก็ได้เห็นหนูสมใจเลยทีเดียว คุณหมอชมว่าเจ้าตัวน้อยตัวใหญ่และแข็งแรงมาก ๆ พอคุณหมออุลตร้าซาวด์เท่านั้นล่ะ เจ้าตัวน้อยของแม่ตาก็ดิ้นใหญ่เลย ลุงหมอให้ดูเพศคราวนี้แม่ตามั่นใจร้อยเปอร์เซนต์เลยว่าเจ้าตัวน้อยของแม่ตาเป็น "นางฟ้าตัวน้อย" และแม่ตาได้เห็นหน้าของหนูด้วย แม่ตาน้ำตาไหลเลยจ๊ะ.. นี่คือสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดในชีวิตแม่ตา หนูเป็นของขวัญที่ล้ำค่าที่สุด เป็นดวงใจของแม่ หนูทำให้แม่อยู่มาได้และเข้มแข็งขึ้น หนูคือยาขนานพิเศษที่แม่ตาไม่ต้องกิน แต่แม่ตาต้องเฝ้าทะนุถนอมหนูมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน มันคงอธิบายออกมาได้ไม่หมด แต่หนูก็คือสิ่งที่มาเติมเต็มในชีวิตแม่ตา ..คนดีของแม่ตา..อีกนิดเดียวจ๊ะ เราจะได้สัมผัสถึงไออุ่นแห่งความรักความผูกพันกันแล้ว แม่จะได้อุ้มหนูแนบอกและให้หนูได้ลิ้มรสความรักของแม่ อืม..นึกถึงหน้าหนูทีไรแม่ตาน้ำตาไหลทุกทีเลยล่ะ เอาล่ะ มาดูโฉมหน้าเจ้าตัวน้อยกันดีกว่าค่ะ..


"ลูกสาวของแม่ตาสวยเหมือนแม่ตาหรือเปล่า"

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ฉลอง 33 ปี โรงเรียนประสาทรัฐประชากิจ

อืม..หลายวันเลยที่แม่ตาไม่ได้เขียนเรื่องราวของเจ้าตัวน้อย อาจเป็นเพราะแม่ตามีงานยุ่งมาก ๆ ทั้งเรื่องสอบเด็ก ๆ ทำคะแนน และก็เตรียมงานฉลอง 33 ปีของโรงเรียน แต่ไม่เป็นไร วันนี้แม่ตาพอมีเวลาหน่อยก็เลยรีบเขียนบล๊อกให้เจ้าตัวน้อยทันที แม่ตามีภาพบรรยากาศของงานมาให้ดูด้วยนะค่ะ





เป็นยังไงบ้างค่ะ สีสันแสบตาเลยใช่ป่ะเจ้าตัวน้อย คนที่แต่งชุดไม่เหมือนคนอื่นอ่ะแม่ตาเอง..ก็แม่ตาใส่ชุดอื่นไม่ได้นี่นา เอาไว้ให้เจ้าตัวน้อยออกมาก่อน แม่ตาก็จะต้องใส่ชุดเหมือนน้า ๆ ป้า ๆ ลุง ๆ ย่า ยาย ทั้งหลายนี่หละ คริ คริ



คนนี้แม่ตาคนสวยของเจ้าตัวน้อยเองค่ะ กำลังยืนท้องโย้อยู่ที่หน้าซุ้มของที่ระลึก งานนี้แม่ตาไม่ค่อยมีรูปหรอกนะค่ะ เพราะเดินไม่ไหวแล้ว ก็เลยไม่ได้เฉิดฉายไปเข้ากล้องกับคนอื่นเขาน่ะ เจ้าตัวน้อยรู้ไหมค่ะว่าหนูน่ะช่วยแม่ตาทำงานตั้งหลายอย่างแน่ะ อย่างน้อยวีดีทัศน์ของโรงเรียนก็มีเสียงของแม่ตาบรรยายอยู่(มีคนชมเราด้วยว่าเสียงเพราะเชียวนะ) เจ้าตัวน้อยของแม่ตาก็ได้รับคำชมนี้ด้วยเหมือนกัน ก็ทำงานกันสองคนไงค่ะ คุ้มเกินคุ้มอีก.. คนเก่งของแม่ แม่ว่าหนูโชคดีนะที่ได้เกิดมาอยู่ในท้องของแม่ตาและเป็นลูกของแม่ตา มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่แม่ตาทำหนูก็จะได้ทำกับแม่ด้วย ทั้งสอนหนังสือ งานพิเศษ ทำบุญไหว้พระ หนูน่ะมีบุญเยอะเลยที่ใคร ๆ ที่นี่ต่างก็เอ็นดูเจ้าตัวน้อยของแม่ตากันทั้งนั้นเลยล่ะ..

น้องสตางค์น่ารัก