..น้องสตางค์สุดสวยเองคร๊า เอ๊ะ หรือว่าสุดหล่อน๊า..

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

แม่ตากับเจ้าตัวน้อยเกือบไม่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว..

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของแม่ตาขึ้น จนเกือบเป็นสาเหตุที่ทำให้เราสองแม่ลูกไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้เสียแล้ว..

..เช้าวันนี้แม่ตาก็ตื่นนอนแต่เช้า อาบน้ำ สระผม เพื่อที่จะไปประชุมสหกรณ์ที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศราชบุรี แต่งตัวเสร็จก็ออกเดินทางไปกับครูออ แต่ก่อนออกจากบ้านแม่ตาก็ยังไม่ลืมสวดมนต์ก่อน ไปถึงที่ประชุมประมาณ 9 โมงเศษ เข้าร่วมประชุมจนถึง 11 โมงเศษ เลิกประชุมแล้วก็ชวนกันไปทานข้าวกลางวันกันที่บิ๊กซี และตั้งใจซื้อของใช้ให้เจ้าตัวน้อย ก็มีผ้าอ้อม 1 โหล น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม เสื้อเด็กอ่อน เปลโยก ของใช้ส่วนตัวของแม่ตาอีกนิดหน่อย ซื้อเสร็จก็ขับรถกลับบ้าน..

ระหว่างเดินทางถึงหน้าวัดโคกตับเป็ด แม่ตาได้หยุดรถต่อท้ายรถสิบล้อ ระยะห่างประมาณ 1 ช่วงรถ เพื่อรอให้รถสิบล้อเลี้ยวซ้ายเข้าไซด์งาน แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น รถสิบล้อคันนั้นได้ใส่เกียร์ถอยหลังและถอยมาหารถของแม่ตา แม่ตาตกใจมาก แต่ก็ยังมีสติพอที่จะบีบแตรเพื่อส่งสัญญาณเตือน พร้อมทั้งใส่เกียร์ถอยหลัง แต่รถสิบล้อคันนั้นคงไม่ได้ยินและมองไม่เห็นรถของแม่ตา เพราะรถของแม่ตาคันเล็กนิดเดียว และก็จอดตรงกลางรถสิบล้อพอดี รถสิบล้อคันนั้นก็ยังคงถอยต่อ แต่ตาก็ถอยเช่นกัน แต่ด้วยความตกใจแม่ตาถอยรถได้ช้ากว่าสิบล้อคันนั้น เป็นผลทำให้รถสิบล้อคันนั้นได้ถอยมาทับรถของแม่ตาทันที รถเกี่ยวกันอยู่รถสิบล้อก็ถอยต่อไม่ได้ แม่ตาก็ถอยออกไม่ได้ แม่ตากับครูออต่างก็ร้องกันลั่นรถเลย แต่โชคยังดีที่คนขับรถสิบล้อเปิดประตูลงมาดูเพราะเขาถอยรถต่อไม่ได้แล้ว แม่ตาก็เปิดประตูรถลงไปเช่นกัน ต่างคนต่างตกใจมาก แม่ตาแทบจะเป็นลม คนขับก็ช็อคเพราะไม่คิดว่าจะถอยรถมาทับ และที่สำคัญก็คือ "คนที่รถโดนทับกำลังท้อง" คนขับช่วยพยุงแม่ตาไปนั่งที่โคนต้นไม้ภายในวัด เพราะแม่ตาตกใจมาก มือสั่น ขาสั่น ใจสั่น หน้าซีดจะเป็นลมให้ได้ แม่ตาไม่มีแรงแม้จะก้าวขา หลังจากนั้นคนขับได้วิ่งไปร้านค้าไปซื้อน้ำ ซื้อนม ซื้อยาดมมาให้แม่ตา แม่ตานั่งดมยาดมอยู่พักหนึ่งก็อาการดีขึ้น คนขับสิบล้อพยายามถามแม่ตาว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ต้องการไปโรงพยาบาลไหม เจ็บท้องหรือเปล่า เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าตอนรถถอยมาทับนั้นกระแทกแรงแค่ไหน แต่แม่ตาว่ากระแทกนิดหน่อยไม่แรงมาก เลยไม่ได้ไปโรงพยาบาล แต่ก็เจ็บท้องและท้องก็แข็งด้วย แม่ตาโทรให้ลุงเติมกับป้าจุ๋ม(ครูเติมศักดิ์และครูกรรณิการ์) ซึ่งบ้านอยู่ใกล้ ๆ มาอยู่เป็นเพื่อนเพราะยังตกใจอยู่ และได้คุยกันเรื่องค่าเสียหาย ทางฝ่ายคนขับรถสิบล้อยอมรับผิดทั้งหมด แต่ประกันมาไม่ได้ เลยตกลงกันว่าจะนัดตกลงกันอีกครั้งหนึ่งตอน 9 โมง ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 ณ ที่เกิดเหตุ และต่างคนต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน โดยที่แม่ตาก็ลืมแจ้งตำรวจ ไม่ได้ถ่ายรูปเป็นหลักฐานอะไรไว้เลย เพราะนึกไม่ออกว่าต้องทำอย่างไรต่อไป..

เช้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 แม่ตาได้โทรศัพท์คุยกับคนประสานงานระหว่างเสมียนบริษัทรถสิบล้อ และตกลงว่าประกันจะมาตอน 10 โมงเช้า แต่ตาก็ได้ทำหนังสือขออนุญาต ผอ.เพื่อไปพบประกันและเล่ารายละเอียดให้ ผอ.และรองฯ ผอ.ฟัง ท่านผอ.ได้อนุญาตให้ รองฯ ก้องภพพาแม่ตาไปดำเนินการ พร้อมกับสอนเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ทำนองนี้ให้ฟัง ยังดีนะที่ท่านยังเข้าใจและใจดีมาก ๆ ที่คอยช่วยเหลือ รวมทั้งลุงเติม(ครูเติมศักดิ์)ได้ติดต่อครูท่านอื่น ๆ ที่รู้เรื่องรถไปเป็นเพื่อนเพื่อช่วยเหลือ แต่ครูแต่ละท่านก็ไม่ว่างเพราะติดสอน สุดท้าย รองฯก้องภพนั่นแหละที่ดำเนินการทุกอย่างให้จนเสร็จสิ้น จนตกลงกับประกันได้และทำเรื่องเคลมรถไว้ที่อู่ประกัน กว่าจะเสร็จก็เทื่ยง อู่นัดทำรถวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 รถแม่ตาก็เสียหายหลายรายการ อาการก็เอาเรื่องอยู่ สรุปทำใหม่เกือบหมดทั้งช่วงหน้าเลย ไม่ว่าจะเป็นกันชน ฝากระโปรง แก้มซ้าย แก้มขวา คงใช้เวลาทำพอสมควร..

ตอนนี้แม่ตากับเจ้าตัวน้อยก็ปลอดภัยแล้วค่ะ แม่ตาขอขอบคุณคุณครูทุก ๆ ท่านที่เกี่ยวข้องและช่วยเหลือแม่ตากับเจ้าตัวน้อยเป็นอย่างสูงนะคะ อย่างน้อยก็ได้รู้ว่ายังมีคนอีกหลายคนที่เขาเป็นห่วง แม้เราจะอยู่ในฐานะเพื่อนร่วมงานกันก็ตาม ขอขอบคุณคุณพระคุณเจ้าที่ช่วยปกป้องคุ้มครอง ขอบคุณโชคชะตาที่ไม่ใจร้าย และทำให้ชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจะเป็นคุณแม่และเด็กน้อยอีกคนในท้องได้มีชีวิตอยู่ต่อ ขอบคุณทุกความเห็นใจจากครูทุกคนที่รู้ข่าวและเป็นห่วง แม่ตาและเจ้าตัวน้อยขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างด้วยใจจริงค่ะ..

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

น้องสตางค์น่ารัก